วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 8

ข้อสอบปลายภาคให้นักศึกษาทำลงในบล็อกของนักศึกษาทุกข้อทุกข้อ มี 10 ข้อ

1. คำว่า จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี กฎหมาย ให้นักศึกษาให้คำนิยาม และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ    จรรยาบรรณ  คือ หลักความประพฤติปฏิบัติอันเหมาะสมแสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่พึงปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพที่บุคคลในแต่ละวิชาชีพได้ประมวลขึ้นเป็นหลัก เพื่อให้สมาชิกในสาขาวิชาชีพนั้น ๆ ยึดถือปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นถึงจริยธรรมปลูกฝัง และเสริมสร้างให้สมาชิกมีจิตสำนึกบังเกิดขึ้นในตนเองเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติในทางที่ถูกที่ควร และมุ่งหวังให้สมาชิกได้ยึดถือ เพื่อรักษาชื่อเสียงและส่งเสริมเกียรติคุณของสมาชิก และสาขาวิชาชีพของตน
          จริยธรรม คือ คุณความดีที่ใช้เป็นข้อปฏิบัติในการประพฤติที่ดีที่ชอบ โดยมีพื้นฐานมาจากกฎหมายหรือศีล หรือจากประเพณีวัฒนธรรมของคนในแต่ละสังคม
          คุณธรรม หมายถึง ความดีงามที่ถูกปลูกฝังขึ้นในจิตใจ จนเกิดจิตสำนึกที่ดี มีความกตัญญู เป็นต้น
          ค่านิยม  หมายถึง สิ่งที่สังคมถือว่ามีค่าพึงปรารถนาต้องการให้เป็นเป้าหมายของสังคมและปลูกฝังให้สมาชิกของสังคมยึดถือเป็นเป้าหมายในการดำเนินชีวิตควรหลีกเลี่ยง เช่น ความยากจน สิ่งมีคุณค่า น่าปรารถนา หรือนำความสุขมาให้มีทั้งเป็นวัตถุและไม่เป็นวัตถุ
         จารีตประเพณี หมายถึง ระเบียบแบบแผนหรือแนวทางการประพฤติปฏิบัติที่สืบทอดกันมาช้านานและเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม 
           กฎหมาย  หมายถึง คำสั่งหรือข้อบังคับความประพฤติของมนุษย์ ซึ่งผู้มีอำนาจสูงสุด หรือรัฏฐาธิปัตย์เป็นผู้บัญญัติขึ้นผู้ใดฝ่าฝืน มีสภาพบังคับ
จากคำว่าคำว่า  จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี กฎหมาย เป็นที่มีความคล้ายคลึงกันและต้องใช้ร่วมกันในสังคมปัจจุบัน เพราะจะทำเกิดความสุขภายในสังคมและไม่เกิดข้อขัดแย้งซึ่งกันและกัน

2. ในสังคมทุกวันนี้ กฎหมาย เข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทต่อมนุษย์อย่างไร หากไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีกฎหมายจริงหรือที่ว่าสามารถใช้บังคับได้ สังคมทุกวันนี้สงบตามที่นักกฎหมายได้บัญญัติขึ้น จงให้เหตุผลยกตัวอย่าง
ตอบ   
กฎหมาย เข้ามามีบทบาทในการควบคุมการกระทำความผิดให้น้อยลงและคนที่กระทำความผิด หรือ กระทำในสิ่งที่สังคมเชื่อว่าสิ่งนั่้น มีความผิด จึงสมควรได้รับโทษตามกฎหมายที่กำหนดเอาไว้ และถ้า หากบ้านเมืองไม่มีกฎหมายจะทำให้ทำให้สังคมนั้นเกิดความวุ่นวายเพราะไม่มีบทลงโทษใดๆ ผู้คนในสังคมก็จะกระทำการสิ่งใดตามใจตนเอง บ้านเมืองเกิดความขัดเเย้ง หาความสุขไม่ได้

3. พระราชบัญญัติการการศึกษา มีหลักในการจัดการศึกษาและแนวการจัดการศึกษาทำได้อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ   
การจัดการศึกษาเป็นกระบวนการอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายชัดเจน คือการพัฒนาคุณภาพ
มนุษย์ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา คุณธรรม ค่านิยม ความคิด การประพฤติปฏิบัติ
ฯลฯ โดยคาดหวังว่า คนที่มีคุณภาพนี้จะทำให้สังคมมีความมั่นคง สงบสุข เจริญก้าวหน้าทันโลก แข่งขันกับ
สังคมอื่นในเวทีระหว่างประเทศได้ คนในสังคมมีความสุข มีความสามารถประกอบอาชีพการงานอย่างมี
ประสิทธิภาพ และอยู่ร่วมกันได้อย่างสมานฉันท์ต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ  และต้องยึดหลักนักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอนเพราะอาจจะสร้างปัญหาเชิงกฎหมายในการบังคับใช้ และการตีความ นอกจากนั้นในปรัชญาการเรียนการสอนควรหลีกเลี่ยงแนวคิดแบบสุดโด่งที่แยกขั้วระหว่างการเรียนของนักเรียน
และการสอนของครู   การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่องต่อไปนี้
(1) ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัวชุมชน ชาติ และสังคมโลก รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทยและระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(2) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เรื่องการจัดการ การบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน
(3) ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทยและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา
(4) ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
(5) ความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
4. ในฐานะที่นักศึกษาทุกคนทราบว่าประเทศไทยขณะนี้อยู่ในช่วงปฏิวัติ นักศึกษาคิดว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก สาเหตุอย่างไร วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้น่าจะดีหรือไม่ดีจงให้เหตุผลและอธิบาย
ตอบ  สาเหตุ ความขัดเเย้งทางการเมืองและความเห็นแก่ตัวของผู้มีอิทพล ซึ่งทำให้เกิดความวุ่นวายต่อสังคมไทยมาก ซึ่งการที่รัฐบาล และทหารเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหานี้ ถือได้ว่าเป็นผลดีต่อประชาชน เข้ามาควบคุม ดูแล ให้ความช่วยเหลือ และช่วยทำให้ปัญหาทุกๆอย่าง คลี่คลายและสงบลงในที่สุด และจะพัฒนาประเทศก้าวไปข้างหน้าให้เจริญมากยิ่งขึ้น

5.ความเคลื่อนไหวทางการศึกษามากขึ้น หากหน่วยงานทางการศึกษา เช่นเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา มีการยุบ และได้มีการนำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่จังหวัดในรูปแบบองค์คณะบุคคลเช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ   เห็นด้วย  เพราะว่า การยุบ เขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา แล้วให้มีการนำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่จังหวัดเป็นสิ่งที่ดีเพราะผู้ว่าราชการจังหวัดในยุคนี้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ รู้บทบาทของตนเอง และรู้ปัญหาจุดอ่อนในพื้นที่เป็นอย่างดี ย่อมจะช่วยบูรณาการงานด้านการศึกษาทุกส่วนในจังหวัดได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงต้องขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดที่เข้ามาช่วยงานด้านการศึกษา ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลจะพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

6.ในฐานะที่นักศึกษาจะลงไปฝึกสอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วิชากฎหมายนี้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรจงยกตัวอย่างที่นักศึกษาคิดว่านำไปปฏิบัติกับตัวนักศึกษาและนักเรียนได้ ยกตัวอย่างอธิบายพร้อมเหตุผลทำไมจึงทำเช่นนั้น
ตอบ  สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากเพราะว่าเรารู้แล้วว่าสิ่งไหนผิดกฎหมาย  และควรวางตัวแบบใดให้เหมาะสมในฐานะนักศึกษาทดลองสอน ตัวอย่างเช่น ถ้ามีนักเรียนคนหนึ่งมาหลงรักเราที่เป็นนักศึกษาฝึกสอน เราต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าเป็นสิ่งที่ผิดไม่ควรกระทำ และบอกกล่าวแก่นักเรียนว่ามันเป็นสิ่งที่ดีและไม่เหมาะสม


7. คำว่าการประกันคุณภาพมีความหมายอย่างไร มีหลักการประกันอย่างไร ถ้าหน่วยงานของต้นสังกัดลงมือทำเองเรียกว่าอะไรเข้ามีวิธีการทำอย่างไร หากนอกสังกัดเขาลงมือทำเขาเรียกว่าอะไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร (ให้ตอบเฉพาะของการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
ตอบ 
 การประกันคุณภาพ  คือการกระทาที่มีการวางแผน ไว้ล่วงหน้าและเป็นไปอย่างมีระบบ ซึ่งจาเป็นที่จะต้องมี เพื่อให้ความมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์หรือบริการจะสามารถตอบสนองความต้องการด้านคุณภาพได้ตามที่ได้ตกลงกัน การประกันคุณภาพเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าจะได้รับแต่สินค้าและบริการที่มีคุณภาพเท่านั้น
หลักการในการประกัน  มีดังนี้
- สร้างความมั่นใจและความพึงพอใจในคุณภาพการศึกษา
- การป้องกันปัญหา ต้องมีการวางแผนและการเตรียมการ
- ตั้งมั่นบนหลักวิชาในการพัฒนาหลักวิชาชีพ
- การดำเนินงานสามารถติดตามตรวจสอบและประเมินตนเองได้
- การดำเนินงานเน้นคุณภาพในการปฏิบัติงานทุกระดับทุกขั้นตอน
- การสร้างความรู้ ทักษะ และความมั่นใจให้กับบุคลากรในสถานศึกษา
- การประสานสัมพันธ์ในองค์กรและบุคลากรในพื้นที่
- การเน้นภาวะผู้นำของผู้บริหาร

8.ในฐานะที่ท่านจะเป็นครูมืออาชีพท่านจะต้องนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร ตั้งแต่เรื่องการจัดการเรียนการสอน ชุมชน การดูแลนักเรียน ขอให้ตอบโดยนำหลักคิดมาประยุกต์ใช้
ตอบ   การจัดการเรียนการสอน สอนโดยสอนแทรกความรู้เกี่ยวกับกฎหมายในชีวิตประจำวันให้นักเรียนทราบว่าการกระทำความผิดมีบทลงโทษอย่างไรและสอนให้หลีกเลี่ยงสิ่งที่ผิดกฎหมายทุกอย่าง
         การนำความรู้ที่เรามีเกี่ยวกับกฎหมายและการประกันคุณภาพไปบอกต่อเพื่อไม่ให้คนในชุมชนนั้นได้รู้ถึงกฎหมายของบ้านเมืองและโทษของการทำความผิดและตักเตือนคนที่คิดจะทำความผิด
         การดูแลนักเรียน การกระทำที่ช่วยสนับสนุนส่งเสริมในสิ่งที่ดี และว่ากล่าวตักเตือนในสิ่งที่ไม่ดี แนะนำการปฏิบัติตนตามกฎหมายบ้านเมืองเพื่อที่จะได้ดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
9. วิชานี้ท่านคิดว่าเรียนไปแล้วมีประโยชน์หรือไม่ ถ้านักศึกษาไม่ได้เรียนก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูน่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างโปรดยกตัวอย่างประกอบการอธิบายและเมื่อได้เรียนแล้วจะได้ระมัดระวังอย่างไร
ตอบ   วิชากฎหมายและการประกันคุณภาพการศึกษา เป็นวิชาที่มีความสำคัญมาก เพราะเราได้ทราบถึงรายละเอียด ข้อห้าม หรือกฎบังคับ เกี่ยวกับ การศึกษา ซึ่งถ้าเราประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่เป็นข้อห้าม ก็อาจจะส่งผลเสียต่อตัวเราเอง ทำให้นักศึกษาตะหนักและต้องยึดหลักในการปฏิบัติ และจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการออกไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูเพราะจะได้ปฏิบัติตนได้ถูกต้องตามหลักกฎหมายที่ได้กำหนดเอาไว้


10. การสอนแบบใช้เทคโนโลยีเวบบล็อกผสมผสานกับรายงานของนักศึกษา นักศึกษาคิดว่ามีประโยชน์หรือไม่อย่างไรจงแสดงความคิดเห็นตามแนวคิดของนักศึกษา. 
ตอบ   มีประโยชน์มากเพราะการสอนแบบนี้จะช่วยให้นักศึกษาสามารถมีเวลาในการศึกษาข้อมูลมากขึ้นและยังสามารถมาอ่านเนื้อหาย้อนหลังได้ ช่วยฝึกทักษะการใช้เทคโนโลยี  และการสอนแบบนี้เราสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นว่าต้องทำในห้องเรียนที่แคบๆเพียงอย่างเดียว ดั้งนั้นการสอนแบบใช้เทคโนโลยีเวบบล็อกเหมาะสำหรับนักเรียนนักศึกษาปัจจุบันในยุคนี้

วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 7

1.จงบอกสภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้างและท่านมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร
   ตอบ สภาพปัญหาของสังคมไทยปัจจุบัน
             1.ปัญหาความยากจน 
             2. ปัญหาอาชญากรรม
             3.ปัญหายาเสพย์ติด
             4.ปัญหาสิ่งแวดล้อม   
        ในการแก้ปัญหาของสภาพสังคมไทยปัจจุบันนั้น ต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาจากต้นเหตุไม่ใช่ที่ปลายเหตุ ได้แก่
1. รัฐบาลควรออกระเบียบ กฎเกณฑ์ และกฎหมาย เพื่อกำหนดมาตรการการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดอย่างจริงจังและแน่นอน
2. วางแผนและนโยบายการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อรณรงค์และอนุรักษ์
3. ให้การศึกษาแก่สมาชิกในสังคมเพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจในปัญหาต่าง ๆ ให้มากขึ้น
4. ปรับปรุงและพัฒนาสังคมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
5. พัฒนาเศรษฐกิจทั้งด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการบริการให้ดีขึ้น
6. พัฒนาสังคม สร้างค่านิยม และรณรงค์ให้ประชาชนร่วมมือในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

2.จงอธิบายทิศทางใหม่ในการจัดการศึกษาตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 15 ปี ตามที่ท่านมีภูมิรู้และเข้าใจ
   ตอบ  จัดการศึกษาตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 15 ปี เปรียบเสมือนเป็นแผนธรรมนูญด้านการศึกษา ซึ่งต้องการให้เป็นกรอบการศึกษาที่มีแนวทางที่ชัดเจน เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม และต้องยอมรับว่าจากสภาพการศึกษาของไทยจากวันนี้ไปถึงอีก 15 ปีข้างหน้า กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้เริ่มต้นจาก 5 หรือ 6 แต่บางเรื่องเริ่มต้นจากศูนย์หรือติดลบเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นการจะวางแผนการศึกษาในอนาคตข้างหน้าอีก 15 ปี เราต้องย้อนกลับมาดูตัวเองเพื่อทบทวนการดำเนินการที่ผ่านมา แก้ไขปัญหาให้ได้ จึงจะสามารถวางแผนและเดินหน้าขับเคลื่อนงานการศึกษาต่อไปข้างหน้าได้

3.ท่านคิดว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่มุ่งพัฒนาให้เกิด "การพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย" ได้อย่างไร
    ตอบ  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชี้ถึงแนวทางการดำเนินชีวิตของประชาชนในทุกระดับ ไม่ว่าจะในระดับครอบครัว  ชุมชน  หรือ  รัฐ  ในการปฏิบัติงานหรือบริหารพัฒนาประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง  มีความพอประมาณ  ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท  มีเหตุผล  และสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบต่าง ๆ        อันอาจจะเกิดขึ้นจากภายนอกและภายในอย่างรอบคอบ   ในขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนให้มีความสำนึกในคุณธรรม   ความซื่อสัตย์   และความรอบรู้ที่เหมาะสม การดำเนินชีวิตควรใช้ความอดทน  ความเพียร  มีสติปัญญา  พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงจากสภาพแวดล้อม  และวัฒนธรรมโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี       การดำรงชีวิตและปฏิบัติตนมุ่งเน้นการอยู่รอดปลอดภัย   และวิกฤต  สร้างความมั่นคงและความยั่งยืน

4.แนวนโยบายเพื่อดำเนินการพัฒนาคนตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิตให้มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ มีเป้าหมายและ กรอบดำเนินการอย่างไร
    ตอบ เป้าหมาย
            1.เด็กปฐมวัยอายุ 0-5 ปีทุกคน ได้รับการพัฒนาและเตรียมความพร้อมทุกด้านก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษา
            2.เด็กทุกคนจบการศึกษาภาคบังคับเก้าปี
            3.คนไทยทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปี
            4.มีกำลังคนด้านอาชีวศึกษาระดับต่างๆที่ีคุณภาพ และปริมาณเพียงพอกับความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ
            5.มีการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานในรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย
            6.ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปีมีโอกาสได้รับการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จัดในหลากหลายรูปแบบ
            7.มีการจัดบริการทางการศึกษานรูปแบบวิธีการต่างๆทั้งที่เป็นการศึกษาในระบบและนอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย จากแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่อย่างหลากหลาย เพื่อเพิ่มโอกาสและทางเลือกในการศึกษาของประชนทุกคน
           กรอบดำเนินการ
          1.ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาและการ เตรียมความพร้อมในรูปแบบที่หลากหลาย โดยเน้นพ่อแม่ ผู้ปกครอง
          2.ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย
          3.จัดบริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
          4. ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพเพื่อพัฒนากำลังคนทุกระดับในภาคการผลิตและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ยกระดับความรู้ ความสามารถในทางวิชาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
         5. ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้มีความหลากหลาย และให้เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศและตอบสนองความต้องการชุมชนท้องถิ่น
         6. จัดบริการการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับบุคคลที่มีความสามารถพิเศษต่าง ๆ
         7. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเฉพาะทาง
         8. ส่งเสริมมีการจัดการศึกษาพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่น

5.แนวนโยบายเพื่อดำเนินการและเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มีเป้าหมายและกรอบดำเนินการอย่างไร
  ตอบ  เป้าหมาย
1. มีการบูรณาการด้านการศึกษา ศาสนาศิลปะ และวัฒนธรรม ทั้งเนื้อหา กระบวนการ และกิจกรรมการเรียนรู้
2. บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชนองค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบัน ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบัน สังคมอื่นทุกแห่งร่วมคิดและร่วมดำเนินงานเพื่อพัฒนาคนไทยให้มีศีลธรรมคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม
3. คนไทยส่วนใหญ่มีค่านิยม และพฤติกรรมที่เหมาะสมตามระบบวิถีชีวิตที่ดีงาม
           กรอบดำเนินการ
1) ปฏิรูปโครงสร้างเนื้อหาของหลักสูตรในทุก ระดับการศึกษาให้มีสาระของความรู้เกี่ยว กับความจริงของชีวิตและธรรมชาติ หลักธรรมของศาสนา คุณธรรม จริยธรรม
2) ส่งเสริมบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นมีส่วนร่วมสำคัญในการสร้างศีลธรรม จริยธรรม ค่านิยมอันดีงาม
3) บูรณาการการศึกษาและศาสนาเข้าด้วยกันโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นความรู้ และคุณธรรม
4) ส่งเสริมและสนับสนุนวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ด้วยกระบวนการทางการศึกษาและฝึกอบรม

6.ท่านมีแนวทางในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ทำได้อย่างไร
   ตอบ  การพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้นั้นทำได้โดยการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ให้ทุกสถาบันในชุมชนมีส่วนร่วในการถ่ายทอดภูิปัญญาแลกเปลี่ยนความรู้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างความเข้มแข็งแห่งปัญญา
การที่จะช่วยให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้ตลอดชีวิตนั้นจะคาดหวังเฉพาะการศึกษาในระบบโรงเรียนที่จัดบริการโดยสถาบันการศึกษาเท่านั้น คงไม่เป็นการเพียงพอ เพราะประชาชนแต่ละคนคงไม่สามารถเรียนในสถานศึกษาได้ตลอดเพราะฉะนั้นควรจะต้องมีการศึกษารูปแบบอื่นหรือวิธีการอื่นที่จะช่วยให้ประชาชนทุกวัยได้มีโอกาสเรียนรู้อยู่เสมอ แม้พ้นจากวัยเรียนมาแล้ว ซึ่งไม่ใช่การเข้าเรียนในชั้นเรียน ต้องเป็นรูปแบบการศึกษาที่ผสมผสานกลมกลืนควบคู่อยู่ในวิถีชีวิต ในการทางานและในกิจกรรมในชีวิตประจาวัน

7.การพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคน ท่านเข้าใจว่าอย่างไร จงอธิบาย
  
ตอบ การพัฒนาสภาพแวดล้อมของสังคม ให้เอื้อต่อการพัฒนาคน คือ แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวในชุมชน การสร้างโอกาสให้คน ครอบครัว ชุมชน มีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง และสังคม การพัฒนาระบบความมั่นคงทางสังคม เพื่อสร้างหลักประกันด้านต่างๆ แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง การเสริมสร้างขีดความสามารถ ในระบบอำนวยความยุติธรรม และระบบความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินให้แก่ประชาชน และการส่งเสริมให้วัฒนธรรม มีบทบาทในการพัฒนาคน และประเทศให้สมดุล และยั่งยืน 

8.การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและการพัฒนาประเทศมีเป้าหมายและกรอบการดำเนินการอย่างไร
    ตอบ เป้าหมาย
    1. มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการศึกษาอย่างทั่วถึง
    2. ประชาชนทุกคนเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และสามารถใช้เพิ่มพูนความรู้และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
           กรอบการดำเนินงาน
    1) ส่งเสริมหน่วยงานทุกระดับและสถานศึกษาทุกแห่งให้มีระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงและสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
    2) ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และ เพิ่มคุณภาพการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
    3) ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ใช้ และผู้ผลิตเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีจิตสำนึก จรรยาบรรณ มีความรับผิดชอบ และผลิต สื่อเพื่อการศึกษาที่มีคุณภาพ
    4) พัฒนาผู้รับและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถเลือกสรร กลั่นกรอง และใช้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ
 9.แนวทางการบริหารเพื่อนำสู่แผนการปฏิบัติ มีอะไรบ้าง
   ตอบ  1.จัดเตรียมและพัฒนากลไลการนำแผนการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติ 
            2.จัดทำกรอบและแนวปฏิบัติของแผน
            3.ส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งแผนปฏิบัติการในระดับพื้นที่ที่สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ
            4.พัฒนาระบบและกลไกการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลแผน
            5. การประเมินผลแผน

10. การประเมินผลแผนการศึกษาแห่งชาติ มีขั้นตอน และกระบวนการประเมินอย่างไร
   ตอบ  ขั้นเตรียมความพร้อม ได้แก่ การประเมินความรู้ความเข้าใจสาระของแผน ความพร้อมขององค์กรและกลไกตามโครงสร้างการบริหารของแผน ระบบและกลไกการประสานงาน เป็นต้น
            ขั้นประเมินกระบวนการปฏิบัติ ได้แก่ กระบวนการจัดทำกรอบแนวทางของแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติ กระบวนการนำแผนสู่การปฏิบัติในทุกขั้นตอน 
            ขั้นประเมินผลผลิต ผลลัพธ์ และผลประโยชน์ ที่เกิดกับประชาชนว่าเป็นไปตามเป้าหมาย เจตนารมย์เพียงใด



วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 6

สรุปเนื้อหา กลุ่มที่ 2 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖

         เด็กที่มีสิทธิไดรับการคุมครองตาม พ.ร.บ.คุมครองเด็ก คือบุคคลที่มีอายุต่ํากวา 18 ป บริบูรณ แตไมรวมถึงผูที่บรรลุนิติภาวะดวยการสมรส (มาตรา 4) การสมรสตองมีการจดทะเบียนสมรสโดยชอบดวยตาม ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยหากเปนการสมรสโดยพฤตินัยไมอยูในความหมายนี้
         หมวด ๑ คณะกรรมการคุมครองเด็ก 
         กําหนดใหมีการจัดตั้งคณะกรรมการคุมครองเด็กแหงชาติขึ้น มีอํานาจและหนาที่ที่สําคัญ คือการ เสนอความเห็นตอรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณและมาตรการในการสงเคราะหคุมครองสวัสดิ ภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กรวมถึงการใหคําปรึกษา แนะนํา และประสานงานแกหนวยงานของรัฐและ เอกชนที่ปฏิบัติงานดานการศึกษา การสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็ก นอกจากนี้ยัง มีอํานาจตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและ ฟนฟู สถานพินิจ หรือสถานที่ที่เกี่ยวของกับการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กทั้ง ของรัฐและเอกชน 
         นอกจากนี้ยังไดกําหนดใหมีคณะกรรมการคุมครองเด็กกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการ คุมครองเด็กจังหวัด เพื่อกระจายการดูแลใหเปนไปอยางทั่วถึง โดยมีอํานาจและหนาที่ที่สําคัญ คือ เสนอความเห็น ตอคณะกรรมการเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณและมาตรการในการสงเคราะห คุมครองสวัสดิภาพ และ สงเสริมความประพฤติเด็ก การใหคําปรึกษา แนะนํา และประสานงานกับหนวยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวของ การติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบการดําเนินงานเกี่ยวกับการสงเคราะหและสงเสริมความประพฤติเด็กแลว รายงานผลตอคณะกรรมการ

          หมวด ๒ การปฏิบัติตอเด็ก 
          การปฏิบัติตอเด็กไมวาในกรณีใดตองคํานึงถึงประโยชนสูงสุดของเด็กเปนสําคัญและไมใหมีการ เลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรม และในพ.ร.บ. ฉบับดังกลาวยังไดกําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการปฏิบัติตอเด็ก โดยสรุปสาระสําคัญดังนี้
              - ผูปกครองตองใหการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและพัฒนาเด็กที่อยูในความปกครองตาม สมควรแกขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแหงทองถิ่นรวมถึงการคุมครองสวัสดิภาพของเด็กมิใหเกิด อันตรายแกกายหรือจิตใจ และผูปกครองตองไมทอดทิ้งหรือละทิ้งเด็กไวหรือละเลยไมดูแลเด็ก               -ใหพนักงานเจาหนาที่ที่พ.ร.บ.ฉบับนี้กําหนดมีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กที่อยูในเขตพื้นที่ รับผิดชอบ รวมถึงดูแลตรวจสอบสถานที่ตางๆ ที่เกี่ยวของตามที่กฎหมายกําหนด 
          นอกจากนี้ยังกําหนดมาตรการตางๆ ที่สําคัญเพื่อคุมครองเด็กทั้งทางดานรางกาย จิตใจ ชื่อเสียง หรือสิทธิประโยชนอื่นของเด็ก เชน หามบุคคลใดกระทําการอันเปนการทารุณกรรมเด็ก, หามบุคคลใดบังคับ ขูเข็ญ สงเสริมหรือยินยอมใหเด็กประพฤติตนไมสมควรหรือเสี่ยงตอการกระทําผิดในดานตางๆเปนตนและเพื่อประโยชน ในการปฏิบัติตามพ.ร.บ. ฉบับดังกลาวนี้ จึงไดกําหนดใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจและหนาที่พิเศษบางประการ เชน อํานาจในการตรวจคนสถานที่, มีหนังสือเรียกบุคคลมาใหถอยคํา,เรียกใหสงเอกสารหรือหลักฐานตางๆ เปน ตน

          หมวด ๓ การสงเคราะหเด็ก 
          ในหมวดนี้ไดกําหนดลักษณะของเด็กที่พึงไดรับการสงเคราะหไวและกําหนดหลักเกณฑ วิธีการ สงเคราะหเด็ก โดยการสงเคราะหในเบื้องตนเปนการกําหนดสถานที่อยูของเด็กซึ่งตองพิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อใหการชวยเหลือ สงเคราะห พัฒนาและฟนฟูตอไป โดยตองมีการสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับตัวเด็กและ ครอบครัวเพื่อหาวิธีการสงเคราะหหรือคุมครองสวัสดิภาพเด็กที่เหมาะสมโดยคํานึงถึงประโยชนสูงสุดของเด็กเปน สําคัญ

          หมวด ๔ การคุมครองสวัสดิภาพเด็ก 
          กําหนดลักษณะของเด็กที่พึงไดรับการคุมครองสวัสดิภาพ โดยในกรณีมีการกระทําทารุณกรรมตอ เด็กใหเจาหนาที่มีอํานาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวและตองรีบจัดใหมีการตรวจรักษาทางรางกายและจิตใจ หลังจากนั้นตองจัดใหเด็กอยูในสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อหาวิธีการคุมครองสวัสดิภาพเด็กตอไป สวนในกรณีที่พบเห็น เด็กที่เสี่ยงตอการกระทําผิด เจาหนาที่ตองดําเนินการหาขอเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเด็กและครอบครัว ถาเห็นวาเด็ก จําเปนตองไดรับการคุมครองสวัสดิภาพหรือเห็นวาจําเปนตองไดรับการสงเคราะหเจาหนาที่ก็ตองดําเนินการจัดให มีการคุมครองสวัสดิภาพหรือการสงเคราะหตอไป ในกรณีที่มอบตัวเด็กใหแกผูปกครองหรือบุคคลที่ยินยอมรับเด็ก ไปปกครองดูแลอาจมีการแตงตั้งผูคุมครองสวัสดิภาพแกเด็กและอาจมีการวางขอกําหนดเพื่อปองกันมิใหเด็กมี ความประพฤติเสียหายหรือเสี่ยงตอการกระทําผิด 
          หมวด ๕ ผูคุมครองสวัสดิภาพเด็ก 
          กําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการแตงตั้งผูคุมครองสวัสดิภาพเด็กเพื่อกํากับดูแลเด็ก โดยอาจ แตงตั้งจากพนักงานเจาหนาที่ นักสังคมสงเคราะห หรือบุคคลที่สมัครใจและมีความเหมาะสม นอกจากนี้ยังไดมี การกําหนดหามมิใหบุคคลที่เกี่ยวของเปดเผยภาพหรือขอมูลใดๆ เกี่ยวกับเด็กหรือผูปกครองในลักษณะที่นาจะเกิด ความเสียหายแกเด็กหรือผูปกครอง

          หมวด ๖ สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพและ สถานพัฒนาและฟนฟู 
          กําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถาน คุมครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟนฟู และใหเจาหนาที่ที่กําหนดไวทําหนาที่กํากับดูแลและสงเสริม สนับสนุนการดําเนินงานของสถานที่ดังกลาว นอกจากนี้ยังตองมีผูปกครองสวัสดิภาพเปนผูปกครองดูแลและบังคับ บัญชา ซึ่งไดมีการกําหนดเกี่ยวกับอํานาจและหนาที่ของผูปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับ, ผูปกครองสวัสดิ ภาพของสถานสงเคราะห, ผูปกครองสวัสดิภาพของสถานคุมครองสวัสดิภาพและผูปกครองสวัสดิภาพของสถาน พัฒนาและฟนฟู โดยมุงเนนใหเด็กเปนศูนยกลาง

          หมวด ๗ การสงเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา 
          โรงเรียนและสถานศึกษาตองจัดใหมีระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนวใหคําปรึกษาและ ฝกอบรมแกนักเรียน นักศึกษาและผูปกครองเพื่อสงเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบตอสังคม และ ความปลอดภัยแกนักเรียนและนักศึกษา และยังใหอํานาจแกเจาหนาที่ในการดําเนินการเพื่อสงเสริมความประพฤติ ของนักเรียนและนักศึกษา เชน การสอบถามครู อาจารยเกี่ยวกับความประพฤติของเด็ก, แนะนําหรือตักเตือน ผูปกครองเกี่ยวกับการดูแลเด็ก และสอดสองดูแลพฤติกรรมของบุคคลหรือแหลงชักจูงเด็กใหประพฤติในทางมิชอบ เปนตน

         หมวด ๘ กองทุนคุมครองเด็ก 
         ใหจัดตั้งกองทุนคุมครองเด็ก เพื่อเปนทุนใชจายในการสงเคราะห คุมครองสวัสดิภาพ และ สงเสริมความประพฤติเด็ก โดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุนเปนผูบริหารจัดการกองทุน นอกจากนี้ยังกําหนดให มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดําเนินงานของกองทุน ทําหนาที่ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการ ดําเนินงานของกองทุน แลวรายงานผลการปฏิบัติงานพรอมทั้งขอเสนอแนะตอคณะกรรมการ
         หมวด ๙ บทกําหนดโทษ
         กําหนดโทษทางอาญาแกบุคคลผูกระทําการฝาฝนบทบัญญัติตางๆ ตามที่พ.ร.บ. ฉบับนี้ไดกําหนด ไว ทั้งนี้เพื่อใหกฎหมายฉบับนี้ใชบังคับไดจริงและบรรลุผลตามความมุงหมายนั้นเอง